Archive for the ‘เปิดซองคำถามแบกะดิน108’ Category


        การที่นิยมใช้ธูป ๓ ดอก ไหว้พระ ใช้แทน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ใช่หรือไม่?

        การที่นิยมใช้ธูป ๓ ดอกนั้นคงจะเป็นเพระคนเรามักถนัด ๓ ทำอะไร ๆก็นิยมจำนวน ๓ อย่างมาก เช่นทำขวัญ ๓ วัน ดังมีคำกล่าวว่า “สามวันลูกผี สี่วันลูกคน” หรือ “สามวันดี สี่วันไข้” การเจิมเป็น ๓ จุด เวียนเทียน ๓ รอบ กราบพระ ๓ ครั้ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มักจะนำมาอธิบายให้เข้าหลักพุทธศาสนา

         ในกรณีธูป ๓ ดอก อธิบายกันให้เข้าหลักพุทธศาสนาว่า หมายถึง พระคุณของพระพุทธเจ้า ๓ ประการคือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ บางตำราว่าหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประการ คือ พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และบางคนก็อธิบายว่า ธูป ๓ ดอก หมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บางท่านให้ความเห็นว่า พระพุทธรูปแทนองค์พระพุทธเจ้าซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งอยู่แล้ว เทียน ๒ เล่ม แทนพระธรรมและพระวินัย ส่วนธูป ๓ ดอกนั้นแทนพระสงฆ์ซึ่งต้องศึกษาศีล สมาธิ ปัญญา ที่เรียกว่า ไตรสิกขา อันเป็นแนวทางศึกษาของพระสงฆ์เพื่อให้บรรลุนิพพานและถือว่าธูปมีกลิ่นหอมตลบอบอวลศีลก็เช่นเดียวกัน ถือว่ามีกลิ่นหอม ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการตีความให้เข้าหลักพุทธศาสนทั้งสิ้น

Advertisements

 ชาวยุโรปที่เรียกกันว่า “ฝรั่ง”นั้น ชาวอาหรับเป็นผู้ที่เรียกก่อน โดยมาจากคำว่า “แฟรงก์” (Frank) ซึ่งเป็นชาวยุโรปโบราณ  ต่อมาคำนี้ก็แพร่หลายไปในหมู่แขกกลุ่มต่างๆและออกเสียงเพี้ยนไปต่างๆนานา มีทั้ง “ฟิริงคี พะรังคี ฟะรังคี ฟะระหังคี ฝิรังคีฯลฯ”

  ส่วนไทยนั้นมีหลักฐานว่าเราเรียกชาวยุโรปว่า “ฝารัง” ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม (ฟังจากแขกซึ่งเรียกกันเพี้ยนอยู่แล้ว มาอีกทอดหนึ่ง) ล่วงมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์เราติดต่อกับ Francaise ในการออกเสียงตามปกติ อักษรตัวหน้าออกเสียงเป็น “ฟ” แต่อาจจะเป็นเพราะเรามีคำว่า “ฝารัง” ใช้มาแล้ว จึงเรียก Francaise ว่า “ฝรังเสด” และเรียกประเทศว่า “ฝรังษ” เมื่อเกิดคำ ๒ คำนี้แล้ว คำว่า “ฝารัง” คงจะเลือนหายไป มีคำว่า “ฝรัง” แทน การออกเสียงคำนี้จะไม่เพราะหรือพูดลำบากอย่างไร ไม่ทราบ เลย ออกเสียงลดลงมา และเมื่อเขียนก็ใส่ไม้เอกเข้าให้ได้กับเสียง จึงกายเป็น “ฝรั่ง”

      เรื่องนี้ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ โปรดหาอ่านจากหนังสือ “ภมิศาสตรวัดโพธิ์” ของ กาญนาคพันธุ์ ว่าด้วยเรื่องภาพฝรั่งเศส


      ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกครับ นอกจากคุณจะรอดพ้นจากอาการของโรคมะเร็งในปอด โรคหัวใจ โรคถุงลมปอดโป่งพอง และโรคสังคมรังเกียจ

      ทันทีที่คุณเลิกสูบบุหรี่

    ภายใน 2 ชั่วโมงแรก    จะไม่มีนิโคตินหลงเหลืออยู่ในตัวอีกต่อไป แต่กว่าที่กากของนิโคตินจะถูกขจัดหมดสิ้นอาจจะกินเวลาถึง 2 วัน

    ภายใน 6 ชั่วโมง    อัตราการเต้นของหัวใจที่เคยถูกเร่งให้เต้นถี่กว่าปกติจะเต้นช้าลง และยังทำให้ความดันเลือดที่เคยสูงเกินปกติค่อยๆ ลดลงมาเล็กน้อย แต่กว่าที่ระดับความดันเลือดจะลดลงถึงระดับที่ควรจะเป็น จะต้องใช้เวลา 2 วันถึง 1 เดือน

    ระหว่าง 12-24 ชั่วโมง    ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่จับแน่นอยู่กับเม็ดเลือดแดงจะถูกขจัดออกไป  ปอดจะกลับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจนรู้สึกว่าอาการเหนื่อยหอบง่ายจะค่อยๆ หายไป

          ภายใน 3-4 วัน    จะรู้สึกสดชื่นขึ้น ความรู้สึกรู้รสและกลิ่นจะกลับคืนมา นอกจากนั้นกลิ่นตัวก็จะปลอดกลิ่นบุหรี่ด้วย

           หลายวันต่อมา      เสมหะที่สะสมอยู่ในปอดจะใสขึ้น ขนอ่อนที่บุผนังทางเดินหายใจซึ่งเป็นอัมพาตเพราะควันบุหรี่จะฟื้นคืนชีพเพื่อทำงานกวาดสิ่งสกปรกในหลอดลม แต่กว่าที่ขนอ่อนนับล้านๆ เส้นเหล่านี้จะฟื้นคืนชีพได้สมบูรณ์ ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

     ภายใน 3 สัปดาห์

การทำงานของปอดจะดีขึ้นทำให้สามารถออกกำลังกายได้มากขึ้นกว่าครั้งที่ยังสูบบุหรี่

      ภายใน 2 เดือน

เลือดจะไหลเวียนไปสู่แขนขาและจะมีกำลังวังชาเพิ่มมากขึ้น

      ภายใน 3 เดือน    ระบบการขจัดสิ่งสกปรกในปอดจะทำงานได้เป็นปกติ เชื้ออสุจิจะเพิ่มมากขึ้น และเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับสภาวะเดิม

  ภายใน 5 ปี    อัตราการเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจขาดเลือดจะลดลงจนเกือบเท่ากับคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่

    ภายใน 5-10 ปี  อัตราการเสี่ยงต่อการตายด้วยโรคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากบุหรี่ รวมทั้งมะเร็งปอดจะมีความใกล้เคียงกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่

         อ่านแล้วมีแรงบันดาลใจให้อยากเลิกบุหรี่บ้างไหมครับเนี้ย…